วันที่ 13 มกราคม 2568 เวลา 09.00 น. นายอนันต์ เพ็ชร์หนู ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 1 พร้อมด้วยนายธีระ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการและบริหารจัดการน้ำ นางสาวธัญญารัตน์ เอี่ยมปลัด ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผนลุ่มน้ำนางสาวดาวประกาย เรือนเงิน ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำปิง และเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 1 ร่วมกับ เครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) นำโดย ดร.พิจิตต รัตตกุล, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) นำโดย ดร.สุทัศน์ วีสกุล, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รศ.ชูโชค อายุพงศ์, ผู้แทนจังหวัดเชียงใหม่ โดย นายดุสิต พงศาพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมลงพื้นที่และรับฟังการบรรยายการใช้เทคโนโลยีเพื่อวางแผนรับมือน้ำท่วมภาคเหนือ ด้วยการจัดทำระดับ Flood Mark และลงพื้นที่ชมการสำรวจค่าระดับ Flood Mark โดยรถสำรวจระดับความสูงภูมิประเทศ (Mobile Mapping System : MMS) บริเวณตำบลหนองแฝก อำเภอสารภีจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่



ากการเข้าร่วมรับฟังการบรรยายและลงพื้นที่ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการถอดบทเรียนจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ พบว่า สาเหตุหลักเกิดจากศักยภาพการไหลของน้ำลดลง ไม่สามารถรองรับมวลน้ำหลากได้ เนื่องจากเกิดการทับถมของตะกอนในลำน้ำปิง มีการรุกล้ำลำน้ำ ส่งผลทำให้พื้นที่หน้าตัดของแม่น้ำปิงลดลงมาก และมีสิ่งกีดขวางทางน้ำซึ่งเป็นฝายหินทิ้ง จำนวน 3 แห่งซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำยกระดับสูงขึ้นมากกว่าปกติ โดยได้มีการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งการใช้สิ่งก่อสร้าง และไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง ด้วยการขุดลอกตะกอนที่ตื้นเขินจากแม่น้ำปิง การรื้อสิ่งรุกล้ำทางน้ำและขุดขยายเพิ่มพื้นที่หน้าตัดแม่น้ำปิง รวมถึงปรับปรุงสภาพฝายหินทิ้ง 3 แห่งในแม่น้ำปิง บริเวณเขตตัวเมือง โดยได้มีการจัดทำ Flood Mark ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 230 กิโลเมตร จำนวน ๔๐ จุด ครอบคลุม 3 อำเภอ 18 ตำบล ทำให้ทราบถึงระดับความลึกของน้ำท่วม ระดับต่ำสุด 0.2 เมตร ที่ตำบลสันผีเสื้อ และระดับสูงสุดที่ตำบลช้างคลาน ระดับ 2.13 เมตร โดยเป็นระบบสำรวจและเก็บข้อมูลแบบ 3D Point Cloud อ้างอิงพิกัดและค่าระดับความสูง (ม.รทก.) โดยอ้างอิงค่าพิกัดแบบต่อเนื่องแห่งชาติ (NCDC) และระบบ GNSS Receiver จัดทำตำแหน่งควบคุมค่าพิกัด (CGP) และCheck point เพื่อตรวจสอบค่าความถูกต้องของข้อมูล และมีการประมวลผลระบบสามมิติในระบบสารสนเทศสำหรับพื้นที่ของอำเภอสารภี ในช่วงที่เกิดอุทกภัยที่ผ่านมา เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ทางสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมกันนำเทคโนโลยีดังกล่าว สำรวจข้อมูลพื้นที่น้ำท่วม เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่ ใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดทิศทาง
การไหลของน้ำและตำแหน่งในการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำสายหลักได้อย่างเป็นระบบและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ได้ ควบคู่กับการดำเนินการจัดทำ Flood Mark เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต่อไปในอนาคต



ทั้งนี้การตรวจวัดคุณภาพน้ำด้วยนวัตกรรมที่นักวิจัย สวทช.จะพัฒนาขึ้นได้ต้องเกิดจากพลังสำคัญจากชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและร่วมปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยอาศัยองค์ความรู้จาก วทน. ของ สวทช. มาช่วยสนับสนุนเพื่อให้เกิดเป็นชุมชนต้นแบบในการบริหารจัดการน้ำด้วย วทน. นอกจากนี้ สวทช.ยังได้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง และเทคโนโลยีเพื่อรองรับปัญหาอุทกภัยด้วย
