ความเป็นมาของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

  • 25/10/2560 ตุลาคม

    คำสั่ง คสช. 46/2560 ตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ องค์กรกลางด้านน้ำ 1 ใน 3 เสาหลัก สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง

  • 22/11/2560 พฤศจิกายน

    คำสั่ง คสช. 52/2560 แต่งตั้งนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานฯ เริ่มมี การจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์และกำลังคน

  • 28/11/2560 พฤศจิกายน

    มีการยืมตัวข้าราชการจากกรมทรัพยากรน้ำจำนวน 8 คน และจากกรมชลประทาน จำนวน 13 คน เกิดกรอบโครงสร้างหน่วยงาน 6 สำนัก/กอง/ศูนย์ ประกอบด้วย สำนักงานเลขาธิการ กองนโยบายและยุทธศาสตร์ กองวิเคราะห์โครงการและงบประมาณ กองบริหารจัดการลุ่มน้ำ ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ และสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

  • 22/01/2561 มกราคม

    คำสั่ง คสช. 2/2561 เปลี่ยนชื่อหน่วยงาน เป็น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. แต่งตั้งนาย สำเริง แสงภู่วงค์ เป็นรองเลขาธิการ

  • 31/01/2561 มกราคม

    ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งให้ข้าราชการจากกรมชลประทาน จำนวน 55 คน และกรมทรัพยากรน้ำ จำนวน 26 รวม 81 คน ปฏิบัติราชการที่ สทนช. 180 วัน.

  • 16/02/2561 กุมภาพันธ์

    กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการประกาศให้ สทนช. มีภารกิจ เสนอแนะนโยบาย จัดทำแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บท มาตราการสู่การปฏิบัติ บูรณาการข้อมูลสารสนเทศ แผนงาน โครงการ งบประมาณ ติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ

  • 24/05/2561 พฤษภาคม

    โอนข้าราชการ กรมชลประทานจำนวน 55 คน และกรมทรัพยากรน้ำ 26 คน มาที่ สทนช

  • 2561 มิถุนายน

    มีการโอนรับและสรรหาข้าราชการและพนักงานราชการเพิ่มอีก 86 คน เกิดข้อสรุปการผลักดันงานน้ำ 3 ประเด็นเร่งด่วน ได้แก่ การจัดทำคลังข้อมูล การตอบโจทย์ยุทธศาสตร์แบบองค์รวมในทุกมิติ และกฎหมายน้ำ และรับสมัครกำลังคนคุณภาพ เช่น นักเรียนทุนรัฐบาล ข้าราชการ HIPPs นักบริหารการเปลี่ยนแปลง และคลื่นลูกใหม่ราชการไทย มาร่วมทำงานใน 3 สาขาดังกล่าว

  • 4/10/2561 ตุลาคม

    มีมติเอกเป็นเอกฉันท์ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ… นำขึ้นทูลเกล้าฯ สามเสาหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ครบองค์

  • 25/06/2562 มิถุนายน

    คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ใน 4 ภูมิภาค ทำหน้าที่กำกับดูแลครอบคลุม 22 ลุ่มน้ำใหม่ พร้อมตั้ง 2 หน่วยงานในส่วนกลางดูแลด้านกฏหมายขับเคลื่อน พ.ร.บ.น้ำ และด้านต่างประเทศประสานข้อมูลน้ำสากล